บริษัท กรีนเทอมินัล จำกัด

Green Terminal Co.,Ltd

www.GreenTerminal.co.th

กนป.เร่งออกมาตรการดูแลอุตฯปาล์มทั้งระบบ แก้ปัญหาราคาตกต่ำ


"นายคนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ" รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินการของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ(กนป.) เปิดเผยว่า จากการประชุม กนป. ครั้งที่ 3/2558 เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2558 ที่ผ่านมาซึ่งมี "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้พิจารณาแนวทางการดำเนินมาตรการการรักษาเสถียรภาพราคาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนทั้งระบบ

 

โดยที่ประชุมได้เห็นชอบแนวการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบในแต่ละมาตรการซึ่ง "มาตรการเร่งด่วน" นั้นได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในกำหนดราคาแนะนำในการรับซื้อผลปาล์มทะลายผลปาล์มร่วง และน้ำมันปาล์มดิบโดยออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (สกกร.)ให้รับซื้อผลปาล์มทะลายและผลปาล์มร่วงในราคาเดียวกัน อัตราน้ำมัน 17%ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4.20 บาท ณ หน้าโรงสกัดน้ำมันปาล์มและจุดรับซื้อในพื้นที่(ลานเท) โดยให้ลานเทสามารถหักค่าใช้จ่ายและค่าขนส่งตามที่กำหนดในแต่ละพื้นที่ และให้คณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กจร.) เป็นผู้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าขนส่งที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายทั้งระบบ ได้แก่ โรงสกัดฯ ลานเท และเกษตรกร

 

สำหรับเกษตรกรขายผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงกว่า17% ทุก 1% ที่เพิ่มขึ้น จะได้ราคาเพิ่มขึ้นอีก 0.30 บาทต่อกิโลกรัมในขณะที่ผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำกว่า 17% ทุก 1% จะลดราคา กิโลกรัมละ0.25 บาท ทั้งนี้ ได้ผ่อนผันให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตที่มีน้ำมันไม่ต่ำกว่า 15%ในช่วง 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.2558) เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้

 

นอกจากนี้ กำหนดให้โรงกลั่นฯ โรงผลิตไบโอดีเซลและผู้รับซื้อน้ำมันดิบทั่วไปรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ26.20 บาท ณ หน้าคลังผู้รับซื้อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันพืชปาล์มบรรจุขวดไม่สูงกว่าราคาเพดานคือไม่เกินลิตรละ42 บาท โดยกรมการค้าภายในกำกับดูแลให้ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันพืชปาล์มบรรจุขวดในสอดคล้องกับต้นทุนพร้อมติดตามประเมินผลในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อนำเสนอต่อ กนป.พิจารณาให้ความเห็นชอบออกเป็นประกาศ กกร. เมื่อสิ้นสุด 3 เดือนที่กำหนด (พ.ค.-ก.ค.2558)โดยให้เกษตรกรต้องขายผลผลิตปาล์มที่มีเปอร์เซนต์น้ำมันไม่ต่ำกว่า 17%โดยอาจจำเป็นต้องมีผลบังคับตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสภาเกษตรกร ในการร่วมตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์มเป็นรายโรงงานทุกเดือน

 

ขณะที่ "มาตรการระยะ 3 เดือน" ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแลให้การรับซื้อของลานเทเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(ส.กกร.) และบริหารจัดการให้ลานเทเป็นเครือข่ายของโรงงานสกัดฯ หรือให้โรงงานสกัดฯกำหนดพื้นที่รับผิดชอบในการรับซื้อผลผลิต และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทยกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกปาล์มของเกษตรกรเพื่อให้ได้ข้อมูลการผลิตที่ถูกต้อง

 

ส่วน "มาตรการระยะยาว" ได้กำหนดแนวทางไว้2 เรื่อง คือ (1) ให้กระทรวงอุตสาหกรรมส่งเสริมให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เกรด Bพัฒนาศักยภาพการสกัดเพื่อให้สามารถสกัดปาล์มทะลายได้และแยกสกัดน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์มและมอบหมายให้คณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเร่งรัดดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม

 

ที่มา : http://www.thewindustry.com/news/energy/2982

E-ORDER

ระบบสั่งซื้อออนไลน์

MEMBER LOGIN

ผู้ใช้งานใหม่ลงทะเบียน >> คลิก